สำรวจความพร้อมของตัวเอง ก่อนนำสุนัขมาเลี้ยง อาหารสุนัข

สำรวจความพร้อมของตัวเอง ก่อนนำสุนัขมาเลี้ยง อาหารสุนัข เชื่อว่าผู้ที่อยากเลี้ยงสุนัขแต่ละคนล้วนมีเหตุผลที่อยากเลี้ยงแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน ฯลฯ ซึ่งการเลี้ยงสุนัขสักตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือยากจนเกินไป ปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา คือ การสำรวจตัวเองว่ามีความพร้อมมากแค่ไหน

น้องหมาตัวเล็กๆ ที่เราเห็นตามร้าน หรือตามคาเฟ่หมา ดูแล้วก็น่ารักอยากจะเข้าไปเล่นไปจับ บางคนก็มีความคิดที่อยากจะมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาในบ้านเพื่อสร้างสีสัน และบรรยากาศให้สนุกขึ้น บางคนอยากมีไว้เป็นเพื่อนยามเหงา หรือเอาไว้เฝ้าบ้าน ซึ่งเหตุผลของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือ “การสำรวจตัวเอง” ว่ามีความพร้อมมากแค่ไหนสำหรับการเลี้ยงสุนัข มีสิ่งใดที่ต้องพิจารณาบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

1. ศึกษาสายพันธุ์
นี่เป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดค่ะ คุณควรถามตัวเองให้ดีก่อนว่าคุณเหมาะกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์อะไรมากที่สุด จากนั้นค่อยเริ่มศึกษาสายพันธุ์ที่เราสนใจอย่างจริงจัง อย่างเช่นสุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยเป็นอย่างไร ควรเลี้ยงในพื้นที่แบบไหน ชอบวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมหรือไม่ สาเหตุที่เราแนะนำให้ทำการศึกษาข้อมูลก่อนนั่นก็เพราะว่า เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลือกเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวคุณแล้ว คุณก็ต้องรับรู้ถึงลักษณะนิสัยของเขาเช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่เห็นว่าเขาน่ารักแล้วอยากได้ น้องหมาไม่ได้ตัวเล็กตลอดไป เขาต้องมีการเติบโตและอยู่กับคุณไปอีกหลายปี เพราะฉะนั้นควรถามตัวเองดีๆ ก่อนนะคะว่าอยากเลี้ยงเพราะรักจากใจจริง หรือเพียงเพราะอยากเลี้ยงไว้ถ่ายรูปอวดคนอื่นว่าฉันเองก็เลี้ยงหมาเหมือนกัน

2. สมาชิกในครอบครัว
เรื่องของคนในบ้านนั้นก็ไม่ถึงกับว่าเป็นเหตุผลที่รองลงมาหรอกนะคะ ออกจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่เลยซะด้วยซ้ำค่ะ เพราะหากเรานำน้องหมาเข้ามาเลี้ยงในบ้านโดยไม่ปรึกษาใครก่อน ก็อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ ซึ่งจุดนี้คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนๆ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงจะต้องมีสมาชิกเพิ่มเข้ามา ฉะนั้นก่อนที่เราจะนำน้องหมาเข้ามาเลี้ยงในบ้าน ควรทำความเข้าใจหรืออธิบายให้คนในครอบครัวเข้าใจกันก่อนว่าเราต้องการเลี้ยงเพื่ออะไร ยิ่งถ้าในบ้านของเพื่อนๆ มีผู้สูงอายุ หรือเด็กอยู่ในบ้านแล้วล่ะก็ คงไม่เหมาะเท่าไรนักกับการที่จะเลี้ยงน้องหมาที่ค่อนข้างไฮเปอร์และพลังเยอะ เพราะเขาอาจวิ่งชนคุณย่าคุณยายจนล้มได้ หรืออาจจะทำให้เจ้าตัวเล็กในบ้านบาดเจ็บได้ แต่หากอยากเลี้ยงจริงๆ ลองหันมาเลี้ยงพันธุ์เล็กแทนก็ได้นะคะ

3. พื้นที่และบริเวณ
หากตัดสินใจข้อแรกและข้อสองผ่านแล้ว ต่อมาก็เป็นเรื่องบริเวณบ้านของเรา ถ้าเพื่อนๆ เลือกเลี้ยงน้องหมาพันธุ์เล็กก็คงจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้มากเท่าไรนัก เพราะน้องหมาตัวเล็กสามารถอยู่และวิ่งเล่นในพื้นที่จำกัดได้ แต่หากตัดสินใจว่าจะเลี้ยงและชอบน้องหมาพันธุ์ใหญ่แล้วล่ะก็ คงต้องคิดกันสักหน่อยแล้วล่ะค่ะว่าเพื่อนๆ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากพื้นที่บริเวณบ้านไม่กว้างพอให้เขาได้วิ่งเล่น อาจแก้ปัญหาโดยพาเขาออกไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ หรือพาเขาออกไปเที่ยวบ้าง เพื่อให้เขาไม่เครียดกับการอยู่ในพื้นที่อันจำกัด แต่หากมีพื้นที่กว้างพอก็สบายหายห่วงในส่วนนี้ไปเลยค่ะ

4. ยาและวัคซีน
เรื่องของยาและวัคซีนต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงอย่างเราควรรู้ไว้นะคะ เพราะหากน้องหมาของเราเผลอไปกัดเพื่อนบ้าน หรือเผลอกัดแม้กระทั่งเราเอง ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไรจริงไหมคะ? เพราะฉะนั้นเมื่อครบกำหนดการฉีดวัคซีน ควรพาน้องหมาไปพบหมอให้ตรงเวลานัดเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของเขาเอง เมื่อนำเขามาเลี้ยงแล้วเราก็ต้องดูแลเขาให้เหมือนกับคนในครอบครัวของเรานะคะ

5. โรคประจำตัว
ครั้นเราหาข้อมูลในการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนรับน้องมาเลี้ยง เพื่อนๆ จะต้องรู้มาบ้างแล้วว่าเมื่อน้องหมาพันธุ์ที่เราเลี้ยงแก่ตัวลงไป เขามักมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง ซึ่งในสุนัขพันธุ์ใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องสะโพกเสื่อม ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กมักมีปัญหาเรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม เพราะสุนัขบางตัวที่แก่ตัวลงอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ขาเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว จึงเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับด้านกระดูกนั่นเองค่ะ
และนี่ก็คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเริ่มหันมาเลี้ยงสุนัขค่ะ ความจริงแล้วยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เป็นข้อจำกัดจุกจิกในการเลี้ยงน้องหมาสักตัวนึง ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าวเอย ค่าแผ่นรองฉี่เอย หรือค่าเสื้อผ้าและของเล่นต่างๆ หากตัดสินใจที่จะรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวคุณแล้ว เราก็ควรดูแลเขาให้ดีที่สุดนะคะ

credit: https://www.petcitiz.info/