ว่าที่รมว.ต่างประเทศสหรัฐอัดรัสเซียเป็นต้นตอปัญหา

นายไมเคิล ปอมเปโอ ผู้อำนวยการซีไอเอ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากทำเนียบขาวให้เป็นรมว.กระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ กล่าวระหว่างเข้ารับการพิจารณาคุณสมบัติ ว่ารัสเซียเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดบนโลก และเกาหลีเหนือไม่ควร “ตั้งความหวังสูง” ในการพบหารือกับสหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่านายไมเคิล ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ )

ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ เข้ารับการพิจารณาคุณสมบัติจากคณะกรรมาธิการด้านวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภา เมื่อวันพฤหัสบดี โดยปอมเปโอวัย 54 ปี กล่าวว่าเขาไม่ใช่ “เหยี่ยวกระหายสงคราม” และปฏิเสธเสียงวิจารณ์ว่าเป็นบุคคลที่มีแนวคิดต่อต้านมุสลิม และการเหยียดกลุ่มเพศที่สาม แต่บ่ายเบี่ยงการตอบคำถามว่า “เขายังคงต่อต้านการแต่งงานของคู่รัเพศเดียวกันใช่หรือไม่” กระนั้นเจ้าตัวยืนยันว่ามีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นตัวแทนด้านนโยบายการทูตของรัฐบาลวอชิงตัน ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับนานาประเทศ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเกี่ยวกับรัสเซีย ปอมเปโอกล่าวว่าบรรยากาศตึงเครียดที่เกิดขึ้นบนโลกในปัจจุบัน เป็นผลจาก “พฤติกรรมอันเลวร้าย” ของรัฐบาลมอสโก โดยส่วนตัวเขาสนับสนุนการเดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน “ผู้ซึ่งยังไม่เข้าใจสิ่งที่สหรัฐต้องการจะสื่อ” สามารถบรรลุ “เป้าประสงค์” ทั้งในเรื่องยูเครน ซีเรีย และสถานการณ์ในอีกหลายประเทศ  
 
ในเรื่องเกาหลีเหนือปอมเปโอกล่าวว่ารัฐบาลเปียงยาง “ไม่ควรตั้งความหวังสูง” ในการพบหารือกับสหรัฐ ที่ทรัมป์กล่าวว่าจะเกิดขึ้น “ในช่วงปลายเดือนพ.ค. หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินต้นเดือนมิ.ย. นี้” เนื่องจากสหรัฐต้องการประเมินผลการพบหารือที่จะเกิดขึ้นก่อน ว่าจะสามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้มากน้อยเพียงใด และกล่าวเปรียบเทียบโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและอิหร่าน ว่าตั้งอยู่บนบริบท “ที่แตกต่าง” โดยในกรณีของนายคิม จอง-อึน มีประเด็น “ผลประโยชน์ส่วนตัว” ที่รวมถึงการรักษาเสถียรภาพในอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขณะที่ในส่วนของข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเป็นสิ่งที่สหรัฐต้องการ “แก้ไข” และปอมเปโอยืนยันจะเดินหน้าเรื่องนี้ แม้ทรัมป์ข่มขู่เป็นระยะว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลง
 
เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในสหรัฐ ที่ในตอนนี้หลายฝ่ายกำลังกังวลการเกิด “ความวุ่นวายปั่นป่วนครั้งใหญ่” หากทรัมป์ปลดนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าอัยการอิสระของสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) หรือการปลดนายร็อด โรเซนสไตน์ ออกจากตำแหน่งรมช.กระทรวงยุติธรรม เพื่อยุติการสืบสวนสอบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเมืองภายในสหรัฐ และมีการซักถามจากคณะกรรมาธิการว่าปอมเปโอจะลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ ในกรณีที่มุลเลอร์หรือโรเซนสไตน์ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ปอมเปโอกล่าวว่ากรณีของมุลเลอร์ไม่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews